หุ้นเอเชียและสหรัฐฯ ร่วงจากราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ ดันความกังวลเงินเฟ้อกลับมา

18 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นเอเชียปรับลดลง และตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนตัวออกจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมา หลังราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น แรงขายในตลาดเกิดขึ้นแม้รายงานผลประกอบการของบริษัทบางแห่งจะแข็งแกร่ง ซึ่งถูกบดบังด้วยความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation) ที่อาจเกิดขึ้นได้
ตัวเลขสำคัญ
ราคาน้ำมัน Brent Crude อยู่ที่ประมาณ **91.66 ดอลลาร์/บาร์เรล** (+0.86% จากวันก่อน) ราคาน้ำมัน WTI Crude อยู่ที่ประมาณ **85.15 ดอลลาร์/บาร์เรล** (+0.76% จากวันก่อน) ดัชนี S&P 500 ปิดที่ **7,745.06 จุด** (-0.52%) ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ **26,644.91 จุด** (-0.32%) ยอดค้าปลีกสหรัฐ: -0.6% (ก่อนหน้า +0.2%) ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงาน: 209,000 ราย (ก่อนหน้า 200,000 ราย) เงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI (เทียบปีก่อน): 2.5% (ก่อนหน้า 2.6%) เงินเฟ้อ CPI (เทียบปีก่อน): 3.3% (ก่อนหน้า 3.5%)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
สถานการณ์ตลาดโลกที่ผันผวนจากความกังวลเงินเฟ้อและการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อคนเทรดนอกหลายมิติ การที่เงินบาทวันนี้อยู่ที่ 33.06 บาท (เปลี่ยน -0.4%) หมายความว่าต้นทุนการแลกเงินเพื่อซื้อหุ้นนอกอาจถูกลงเล็กน้อย แต่หากมีการขายหุ้นนอกแล้วแปลงกำไรเป็นเงินบาท ก็จะได้รับเงินบาทลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่เงินบาทอ่อนค่ากว่า ราคาทองคำแท่งที่ปรับขึ้น 50 บาท มาอยู่ที่ 68,800 บาท แสดงถึงการที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงท่ามกลางแรงขายในตลาดหุ้น และในขณะที่ตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงกดดัน ราคา BTC กลับปรับขึ้น +1.2% อยู่ที่ 64,342 ดอลลาร์ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าคริปโตยังคงเป็นทางเลือกที่แยกตัวจากตลาดแบบดั้งเดิมสำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม.
อ้างอิงจากการรายงาน: investing.com · businessinsider.com · tradingeconomics.com · tradingeconomics.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี