ประธาน Fed สาขาดัลลัสส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย หนุนดอลลาร์ กดดันคริปโต

18 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:00
เกิดอะไรขึ้น
ลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส ได้แถลงมุมมองนโยบายการเงิน โดยชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2% จึงอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกเล็กน้อยเพื่อสร้างสมดุลให้กับแนวโน้มและความเสี่ยง
ตัวเลขสำคัญ
- ประธาน Fed สาขาดัลลัส โลแกน มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 3.5%-3.75% ไม่เพียงพอต่อการควบคุมเงินเฟ้อ - ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 0.2% ชะลอตัวลงจาก 1.0% ในเดือนพฤษภาคม - ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 208,000 ราย ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 กรกฎาคม จาก 216,000 ราย ในสัปดาห์ก่อน - อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ 3.5% ในเดือนมิถุนายน ลดลงจาก 4.2% - อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ของสหรัฐฯ (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ 2.6% ในเดือนมิถุนายน ลดลงจาก 2.8%
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
ท่าทีที่แข็งกร้าวของประธาน Fed สาขาดัลลัส ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งดัน USD/THB ให้ทรงตัวที่ 33.60 บาท หรือมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก และเมื่อคนเทรดนอกขายหุ้นนอกหรือสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาเป็นบาท จะสามารถแปลงกำไรกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น. อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นและแรงขายในตลาดอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดคริปโตที่กำลังเผชิญแรงขายอยู่แล้ว อาทิ Bitcoin ที่ 64,055 ดอลลาร์ ลดลง -0.2% และ Ethereum ที่ 1,840 ดอลลาร์ ลดลง -2.1% ซึ่งทำให้ต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ราคาปรับตัวลงได้อีก. ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศที่ 63,700 บาท ปรับขึ้นเล็กน้อย +50 บาท แม้ดอกเบี้ยขึ้นจะลดความน่าสนใจของทองคำ แต่ความไม่แน่นอนในตลาดโลกก็ยังหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี