เฟดเจอศึกหนัก: บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูง กดดันตลาดและเงินบาท

25 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:00
เกิดอะไรขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตราดอกเบี้ยสำคัญปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์วาระที่สอง สถานการณ์นี้สร้างความกดดันต่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่าง เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ท่ามกลางความกังวลของตลาดที่กำลังส่งสัญญาณอันตราย รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค เช่น สงครามอิหร่าน.
ตัวเลขสำคัญ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะ 10-year Treasury yield ที่พุ่งแตะ **4.7%** และ 30-year Treasury yield ทะลุ **5.18%** อัตราดอกเบี้ยสำคัญในตลาดปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์วาระที่สอง ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ **187,000** ราย (ลดลงจาก **209,000** รายในรอบก่อนหน้า) ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ล่าสุดเพิ่มขึ้น **0.2%** (ชะลอตัวลงจาก **1.0%** ในรอบก่อนหน้า) อัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ล่าสุด (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ **3.5%** (ลดลงจาก **4.2%** ในรอบก่อนหน้า)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งกดดันให้ เงินบาท 33.80 บาท อ่อนค่าลง 0.1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ต้นทุนการซื้อหุ้นนอกหรือสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ของคนเทรดนอกสูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน เมื่อขายทำกำไรในสกุลเงินดอลลาร์และแปลงกลับมาเป็นเงินบาท จะได้รับเงินบาทในจำนวนที่มากขึ้น ในขณะที่ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,800 บาท ปรับขึ้นเล็กน้อย 50 บาท แม้ว่าบอนด์ยีลด์จะสูงขึ้น แต่ทองคำยังคงรักษาระดับราคาไว้ได้ ซึ่งอาจสะท้อนถึงแรงซื้อที่เข้ามาในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี การที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจากบอนด์ยีลด์ที่พุ่ง มักจะกดดันสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม อย่างไรก็ตาม วันนี้ BTC 64,344 USD ปรับขึ้น 0.2% และ ETH 1,873 USD ปรับขึ้น 0.6% สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อเฉพาะจุดในตลาด.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี