เฟดขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาดจำนองสหรัฐฯ แต่เงินบาทแข็งค่าสวนทางทองคำและคริปโต

22 กันยายน 2569 เวลา 20:00
เกิดอะไรขึ้น
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการ FOMC สู่ระดับ **4.00%** จากเดิม **3.75%** ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023. การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่องและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง. การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ได้กดดันให้อัตราดอกเบี้ยจำนองในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นแตะเกือบ **7%** เป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน, ทำให้ต้นทุนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ โดยตรง.
ตัวเลขสำคัญ
มติดอกเบี้ย Fed (FOMC): **4.00%** (ก่อนหน้า **3.75%**) ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงาน: **196K** (ก่อนหน้า **206K**) ยอดค้าปลีกสหรัฐ: **+1.2%** (ก่อนหน้า **-0.5%**) เงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI (เทียบปีก่อน): **2.4%** (ก่อนหน้า **2.5%**)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ โดยตรง และมีผลต่อแรงซื้อขายในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อพอร์ตของคนเทรดนอกได้หลายทาง. เมื่อดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้น โดยทั่วไปจะหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนการซื้อสินทรัพย์นอก เช่น หุ้นสหรัฐฯ หรือกองทุนที่อิงดอลลาร์ มีราคาสูงขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท อย่างไรก็ตาม วันนี้ USD/THB อยู่ที่ 33.25 บาท ซึ่งแข็งค่าขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า แม้จะมีการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก็ตาม ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงปัจจัยภายในประเทศหรือการตอบสนองที่ล่าช้าของตลาด. สำหรับสินทรัพย์อย่างทองคำแท่ง การขึ้นดอกเบี้ยมักจะกดดันราคาลง โดยราคาทองแท่งขายออกวันนี้อยู่ที่ 68,000 บาท ซึ่งลดลง 50 บาท สอดคล้องกับแนวโน้มที่ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะได้รับแรงขาย. ส่วนตลาดคริปโตเคอร์เรนซีก็ได้รับแรงกดดันจากภาวะ risk-off โดย BTC ซื้อขายอยู่ที่ 86,342 USD ปรับตัวลง 0.2% ซึ่งบ่งชี้ว่าเทรดเดอร์อาจลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลง.
อ้างอิงจากการรายงาน: forbes.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี