Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยและเตือน 'ไม่ช่วย' อุตสาหกรรมคริปโต กดดันตลาด

17 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:00
เกิดอะไรขึ้น
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส (Dallas Fed President Lorie Logan) ออกมาเรียกร้องให้มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเล็กน้อย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ในขณะที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Kevin Warsh) ย้ำชัดเจนว่า Fed จะไม่ให้การช่วยเหลือบริษัทคริปโตเคอร์เรนซีหากเกิดวิกฤต นอกจากนี้ Fed ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องมือในรัฐวิสคอนซินเพื่อศึกษาปัจจัยความสำเร็จและภาพรวมเศรษฐกิจที่แท้จริง
ตัวเลขสำคัญ
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ (เทียบปีก่อน) ลดลงจาก 4.2% เหลือ 3.5% - เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) สหรัฐฯ (เทียบปีก่อน) ลดลงจาก 2.8% เหลือ 2.6% - ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ชะลอตัวลงที่ +0.2% จาก +1.0% ในเดือนก่อนหน้า - ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ลดลงเป็น 208,000 ราย จาก 216,000 ราย - Bitcoin (BTC) ปรับลดลง **1.6%** มาอยู่ที่ **63,136 USD** - Ethereum (ETH) ปรับลดลง **2.5%** มาอยู่ที่ **1,837 USD**
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
คำกล่าวของประธาน Fed สาขาดัลลัสที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ยอีกเล็กน้อยอาจสร้างแรงซื้อต่อค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป แม้ว่าวันนี้ USD/THB จะทรงตัวที่ 33.60 บาท ก็ตาม ซึ่งหากเงินบาทอ่อนค่าลง เทรดเดอร์ไทยที่เทรดหุ้นนอกหรือถือสินทรัพย์ที่อิงดอลลาร์อาจได้รับกำไรจากการแปลงสกุลเงินกลับมาเป็นบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (hedge) อาจเพิ่มขึ้น. ขณะเดียวกัน การยืนยันของประธาน Fed ว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกกดดันอย่างชัดเจน โดย Bitcoin ปรับลดลง 1.6% และ Ethereum ลดลง 2.5% หากสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไป เทรดเดอร์ไทยที่ถือคริปโตอาจเห็นมูลค่าพอร์ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญและต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้นโดยไม่มีหลักประกันจากหน่วยงานกำกับดูแล.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี