ประธาน Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ แตะ 3.3% กดดันตลาดคริปโต

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00
เกิดอะไรขึ้น
นาย Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าธนาคารกลางยังมี 'งานที่ต้องทำอีกมาก' เพื่อควบคุมเสถียรภาพราคาให้กลับสู่เป้าหมาย.
ตัวเลขสำคัญ
- อัตราเงินเฟ้อ Core PCE สหรัฐฯ (ดัชนีที่ Fed ใช้พิจารณา) อยู่ที่ **3.3%** ทรงตัวจากงวดก่อนหน้า. - ตัวเลข GDP สหรัฐฯ (อัตราต่อปี) ล่าสุดอยู่ที่ **1.5%** ชะลอตัวลงจาก **2.1%** ในงวดก่อน. - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ อยู่ที่ **203,000** ราย ลดลงจาก **207,000** รายในงวดก่อนหน้า. - USD/THB ล่าสุดอยู่ที่ **32.92 บาท** ปรับขึ้น **+0.3%** - ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ **71,750 บาท** ปรับขึ้น **+50 บาท** - ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีปรับลดลง โดย Bitcoin (BTC) ลดลง **-3.7%** สู่ **77,731 ดอลลาร์** และ Ethereum (ETH) ลดลง **-3.3%** สู่ **2,439 ดอลลาร์**
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
คำกล่าวของประธาน Fed Warsh ที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ระดับ Core PCE ทรงตัวที่ 3.3% ได้ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ล่าสุด USD/THB แตะ 32.92 บาท ซึ่งหมายความว่าคนเทรดนอกที่ต้องการซื้อสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์ เช่น หุ้นนอกหรือคริปโต จะมีต้นทุนการแปลงเงินบาทเพิ่มขึ้น และขณะเดียวกัน หากมีการขายสินทรัพย์ดอลลาร์กลับมาเป็นบาท จะได้เงินบาทเพิ่มขึ้น การคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นยังได้สร้างแรงขายในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างชัดเจน โดย Bitcoin (BTC) ลดลงถึง -3.7% สู่ 77,731 ดอลลาร์ และเหรียญอื่น ๆ เช่น Ethereum (ETH) ก็ลดลง -3.3% การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่หันออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลต่อพอร์ตของคนเทรดนอกที่ถือครองคริปโตโดยตรง
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี