G-7 ปล่อยน้ำมันสำรอง 100 ล้านบาร์เรล สวนทางจีนจำกัดส่งออกเชื้อเพลิง

2 ตุลาคม 2569 เวลา 16:00
เกิดอะไรขึ้น
กลุ่มประเทศ G-7 เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองทั้งดีเซลและน้ำมันดิบรวมสูงสุดถึง **100 ล้านบาร์เรล** เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาด. การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ยุโรปปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มเติม มิฉะนั้นอาจเผชิญกับการห้ามส่งออกน้ำมันจากสหรัฐฯ. ในขณะเดียวกัน จีนกลับมาใช้มาตรการจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิง ซึ่งยิ่งเพิ่มความตึงตัวให้กับตลาดพลังงานโลก.
ตัวเลขสำคัญ
- G-7 เตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง: สูงสุด **100 ล้านบาร์เรล** (ดีเซลและน้ำมันดิบ) - USD/THB: **33.65 บาท** (วันนี้เปลี่ยน +0.1%) - ทองคำแท่งขายออก: **66,400 บาท** (วันนี้เปลี่ยน -100 บาท) - การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) สหรัฐฯ: เพิ่มขึ้น **29,000 อัตรา** (ก่อนหน้า +133,000 อัตรา) - อัตราว่างงานสหรัฐฯ: **4.2%** (ก่อนหน้า 4.1%) - GDP สหรัฐฯ (อัตราต่อปี): **2.2%** (ก่อนหน้า 2.5%)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่ G-7 ตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรอง 100 ล้านบาร์เรล มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอุปทานและกดดันราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความกังวลเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง. ในทางกลับกัน การที่จีนกลับมาจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงกลับสร้างแรงกดดันให้อุปทานตึงตัวขึ้น. สถานการณ์เหล่านี้สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะ เงินบาท ที่วันนี้อยู่ที่ 33.65 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และมี การเปลี่ยนแปลง +0.1% ซึ่งหมายถึงการอ่อนค่าลงเล็กน้อยท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาพลังงานโลกที่อาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าของไทย. สำหรับ ทองคำแท่ง วันนี้ราคาขายออกอยู่ที่ 66,400 บาท และมี การเปลี่ยนแปลง -100 บาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อชั่วคราว หรือนักลงทุนมีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงใหม่หลังจากข่าวการเพิ่มอุปทานน้ำมันเข้ามาในตลาด. เทรดเดอร์ไทยที่ลงทุนในหุ้นนอกหรือสินทรัพย์ต่างประเทศจึงต้องพิจารณาต้นทุนการแปลงสกุลเงินเมื่อ เงินบาท อ่อนค่า และการเปลี่ยนแปลงในราคาทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี