ราคาทองพุ่ง หลัง NFP สหรัฐติดลบ คนเทรดนอกจับตา CPI

11 สิงหาคม 2569 เวลา 20:00
เกิดอะไรขึ้น
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคม ออกมาติดลบอย่างไม่คาดคิดที่ **23,000 ตำแหน่ง** ซึ่งลดลงอย่างมากจากเดือนก่อนหน้าที่เคยเป็นบวก **20,000 ตำแหน่ง** ตัวเลขที่อ่อนแอเกินคาดนี้ได้ลดทอนความคาดหวังของตลาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
ตัวเลขสำคัญ
- การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ: **-23KK** (ก่อนหน้า **+20KK**) - อัตราว่างงานสหรัฐ: **4.1%** (ก่อนหน้า **4.2%%**) - อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และอัตราเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) เป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาต่อไป - ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังการประกาศ NFP - ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (USD/THB): **33.05 บาท** (+0.2%) - ราคาทองคำแท่งขายออก: **68,700 บาท** (+50 บาท)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่พลิกเป็นลบ สร้างแรงซื้อต่อราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า Fed อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรืออาจพิจารณานโยบายที่ผ่อนคลายขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างทองคำ สิ่งนี้สะท้อนจากราคาทองคำแท่งขายออกในไทยที่ปรับขึ้น +50 บาท มาอยู่ที่ 68,700 บาท ซึ่งเป็นผลบวกโดยตรงต่อคนเทรดนอกที่ถือครองทองคำ หรือลงทุนในกองทุนทองคำ ในขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง +0.2% มาอยู่ที่ 33.05 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เทรดเดอร์ไทยที่ถือครองสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (เช่น หุ้นนอก กองทุนรวมต่างประเทศ) จะได้รับเงินบาทเพิ่มขึ้นเมื่อทำการแปลงกำไรกลับมายังประเทศไทย แต่ก็หมายถึงต้นทุนการซื้อสินทรัพย์ใหม่ในสกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย. สำหรับตลาดคริปโต BTC ลดลง -0.9% มาอยู่ที่ 63,421 ดอลลาร์ ในขณะที่ ADA ลดลงมากถึง -4.9% เหลือเพียง 0.18 ดอลลาร์ ซึ่งหากเทียบเป็นเงินบาท การอ่อนค่าของบาทอาจช่วยลดผลขาดทุนบางส่วนเมื่อแปลงกลับ แต่หากราคาสินทรัพย์หลักยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อพอร์ตโดยรวม.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี