ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันพุ่ง คนเทรดนอกจับตาค่าเงินบาทและทองคำ

19 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:00
เกิดอะไรขึ้น
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตา โดยหลายฝ่ายกำลังมองหาวิธีรับมือกับตลาดน้ำมันที่จะเกิดขึ้นหากปริมาณน้ำมันจากช่องแคบนี้ลดลง การสัญจรทางน้ำระหว่างประเทศมีความเสี่ยงสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการขนส่งและอันตรายต่อลูกเรือเพิ่มขึ้น ขณะที่เรือบางลำเริ่มปฏิเสธการคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ ผ่านช่องแคบดังกล่าว
ตัวเลขสำคัญ
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น **+4.48%** สู่ระดับ **82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** - ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น **+4.59%** สู่ระดับ **88.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** - ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่รองรับปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเฉลี่ย **20.3 - 20.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน** หรือประมาณ **20-25%** ของการค้าทางทะเลทั่วโลก
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ WTI กว่า 4.48% และ Brent กว่า 4.59% จากความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานของไทย และอาจกดดันให้เกิดเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของคนเทรดนอกได้ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันนี้ยังอาจหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำแท่ง ที่วันนี้ราคาขายออกปรับขึ้น +350 บาท อยู่ที่ 64,050 บาท สะท้อนความกังวลในตลาดโลก. นอกจากนี้ แม้ USD/THB วันนี้จะอยู่ที่ 33.60 บาท โดยไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น เงินบาทอาจอ่อนค่าลงจากความกังวลเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้คนเทรดนอกที่ถือหุ้นนอกหรือสินทรัพย์ต่างประเทศมีผลกำไรที่แปลงกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง หรือมีต้นทุนการแปลงเงินเพื่อซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น.
อ้างอิงจากการรายงาน: tradingeconomics.com · tradingeconomics.com · eia.gov · eia.gov
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี