เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ยังสูง 3.3% ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย กดดันตลาดหุ้นนอกและค่าเงิน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00
เกิดอะไรขึ้น
มาตรวัดเงินเฟ้อส่วนบุคคล (Core PCE) ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญ ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ **3.3%** ต่อปีในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนก่อนหน้า. การที่ราคาสินค้าและบริการยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากต้นทุนพลังงานที่กดดันราคา ทำให้ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายที่ลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว. สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในอิหร่านและการต่อสู้ทางการค้าของสหรัฐฯ.
ตัวเลขสำคัญ
- เงินเฟ้อ Core PCE สหรัฐฯ (เดือนกรกฎาคม): **3.3%** (เท่ากับเดือนก่อนหน้า) - GDP สหรัฐฯ (อัตราต่อปี) ไตรมาส 2 ปี 2026: **1.5%** (ลดลงจาก 2.1% ในช่วงไตรมาสแรก) - ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ (สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ส.ค.): **206,000** ราย (ลดลงจาก 212,000 รายในช่วงก่อนหน้า)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
แรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่ยังคงสูงที่ Core PCE 3.3% ต่อปี อาจทำให้ Fed คงท่าทีดอกเบี้ยสูงได้นานขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงซื้อต่อเงินดอลลาร์ และกดดันให้ USD/THB ทรงตัวที่ 32.71 บาท ทำให้ต้นทุนการเข้าซื้อหุ้นนอกของคนเทรดนอกยังคงสูง. ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำแท่งขายออกที่ 71,700 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเพียง 50 บาท สะท้อนว่าทองคำยังไม่ได้ตอบรับแรงซื้อจากความกังวลเงินเฟ้อเท่าที่ควร เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นมักจะกดดันราคาทองคำเป็นดอลลาร์อยู่แล้ว. สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แม้ว่า BTC จะทรงตัวที่ 78,701 USD และ ETH ปรับขึ้น 2.0% ที่ 2,492 USD แต่การที่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดการใช้จ่ายจากแรงกดดันด้านราคา อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมในระยะถัดไป.
อ้างอิงจากการรายงาน: tradingeconomics.com · bea.gov
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี