เจาะกลยุทธ์ Goldman Sachs เบื้องหลัง SpaceX กับโอกาสทำกำไรที่ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียม
12 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00
เกิดอะไรขึ้น
SpaceX กดราคาค่าธรรมเนียมการจัดการ IPO ลงเพื่อลดต้นทุนบริษัท ทำให้วาณิชธนกิจอย่าง Goldman Sachs ต้องปรับโมเดลการหารายได้ใหม่
ตัวเลขสำคัญ
- มูลค่าบริษัท SpaceX ที่ประเมินไว้สูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ - สัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียม IPO ทั่วโลกปรับตัวลดลงกว่า 30% ในช่วงปีที่ผ่านมา
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่ SpaceX เลือกกดค่าธรรมเนียมสะท้อนว่าบริษัทขนาดใหญ่มีอำนาจต่อรองสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ โดยเฉพาะ Goldman Sachs และ JPMorgan ที่กำลังมองหาช่องทางทำกำไรผ่านบริการเสริมและธุรกรรมต่อเนื่องอื่นๆ แทนค่าธรรมเนียมแบบเดิม สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ถือหุ้นกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ต้องจับตาดูว่านโยบายการหั่นค่าธรรมเนียมนี้จะกดดันกำไรต่อหุ้น (EPS) ในไตรมาสถัดไปหรือไม่ การระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาด Nasdaq โดยรวม หาก SpaceX เข้าตลาดสำเร็จจะดูดซับเม็ดเงินมหาศาลจากกองทุนต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลให้หุ้นเทคฯ รายย่อยในพอร์ตของเทรดเดอร์ไทยเผชิญแรงขายเพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นใหม่ (New Listing) นอกจากนี้ การที่ธนาคารปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจยังเป็นปัจจัยที่อาจกดดันราคาหุ้นในกลุ่ม Financial Services หากนักลงทุนมองว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริการทางการเงินเริ่มลดลง สำหรับผู้ที่ถือ หุ้นนอก ในกลุ่มการเงิน การเฝ้าสังเกตว่า Goldman Sachs จะสามารถสร้าง Hidden Upside ได้จริงหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากบริษัทใหญ่หันมาใช้วิธีลดค่าธรรมเนียม IPO กันแพร่หลาย จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่บีบให้รายได้รวมของกลุ่มธนาคารต้องหาแหล่งรายได้ใหม่มาชดเชย ซึ่งอาจรวมถึงการเพิ่มค่าธรรมเนียมในส่วนอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของผู้ใช้งานรายย่อยและนักลงทุนสถาบันโดยตรง
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี