ทรัมป์กดดันบริษัทน้ำมัน, เฟดคงดอกเบี้ย, ราคาน้ำมันดิบดิ่ง $80 หลังเจรจาอิหร่าน

3 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00
เกิดอะไรขึ้น
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตำหนิบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ อาทิ **Exxon** และ **Chevron** ว่าทำกำไรมากเกินไปจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลงทันที ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในการประชุมครั้งแรกหลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกผ่อนคลายลง โดยราคาน้ำมันดิบ **Brent** และ **WTI** ลดลงมาอยู่ที่ระดับ **80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** เนื่องจากมีการเจรจาเรื่องอิหร่านและการที่กลุ่ม OPEC มีแนวโน้มเพิ่มอุปทาน
ตัวเลขสำคัญ
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate): 3.75% (คงที่) เงินเฟ้อ Core PCE: 3.3% (ลดลงจาก 3.4% ก่อนหน้า) การเติบโตของ GDP สหรัฐฯ (อัตราต่อปี): 1.5% (ลดลงจาก 2.1% ก่อนหน้า) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก: 197,000 คน (เพิ่มขึ้นจาก 188,000 คน ก่อนหน้า) ราคาน้ำมันดิบ Brent: $80/บาร์เรล (ลดลง 4.77% จากวันก่อนหน้า) ราคาน้ำมันดิบ WTI: $80/บาร์เรล (ลดลง 4.6% จากวันก่อนหน้า)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% พร้อมกับราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ที่ลดลงมาอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจผ่อนคลายลง ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลในระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก การเคลื่อนไหวนี้, ประกอบกับ เงินบาท 33.34 บาท ที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ, ส่งผลให้เทรดเดอร์ไทยที่ลงทุนในหุ้นนอกและได้รับผลกำไรเป็น USD เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท จะได้รับมูลค่าเงินบาทลดลงเล็กน้อย ในทางกลับกัน ราคาทองคำแท่งขายออก 64,050 บาท ที่ปรับขึ้น +50 บาท ชี้ให้เห็นถึงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน แม้ราคาน้ำมันจะลดลงและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะหยุดนิ่งก็ตาม
อ้างอิงจากการรายงาน: investing.com · investing.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี