อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ พุ่งสูงสุด กดดัน Fed จับตาสันติภาพอิหร่าน ดันบาทอ่อน-ทองร่วง

24 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดการเงินเผชิญแรงกดดันจากการที่อัตราดอกเบี้ยสำคัญในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดการจับตาการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed). ท่ามกลางสถานการณ์นี้ ความหวังที่จะเกิดการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลง และหนุนให้ผลตอบแทนพันธบัตรบางส่วนปรับตัวลดลง.
ตัวเลขสำคัญ
- อัตราดอกเบี้ยสำคัญปรับขึ้นแตะระดับสูงสุด โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี อยู่ที่ 4.68% ณ วันที่ 24 ก.ค. 2026. - ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 3.12% อยู่ที่ **89.31** ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ลดลง 3.88% อยู่ที่ **96.78** ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความหวังในการเจรจาสันติภาพ. - อัตราเงินเฟ้อ CPI ลดลงเหลือ **3.5%** จาก **4.2%** (เทียบปีก่อน). - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงเหลือ **187,000** ราย จาก **209,000** ราย. - ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น **+0.2%** (ก่อนหน้า **+1.0%**).
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งกดดัน เงินบาท 33.80 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับอ่อนค่าลง 0.1%. สถานการณ์นี้กดดันคนเทรดนอกที่ต้องการนำกำไรจากหุ้นนอกมาแลกกลับเป็นเงินบาท เพราะจะได้รับเงินบาทที่น้อยลงเมื่อแปลงเงินกลับ แต่ก็เป็นผลดีต่อคนเทรดนอกที่ถือครองหุ้นนอกหรือสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์อยู่แล้ว ทำให้มูลค่าสินทรัพย์เมื่อแปลงกลับเป็นบาทเพิ่มขึ้น. การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดคริปโต ซึ่งวันนี้เห็นราคา BTC 64,170 ดอลลาร์ ลดลง 1.5% และ ETH 1,861 ดอลลาร์ ลดลง 1.3% ซึ่งอาจทำให้พอร์ตของคนเทรดนอกที่ถือครองคริปโตมีมูลค่าลดลง. ส่วน ทองคำแท่งขายออก 64,750 บาท ที่ลดลง 50 บาท เป็นผลมาจากความหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลดความกังวลในตลาดลง ทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง.
อ้างอิงจากการรายงาน: tradingeconomics.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี