ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนจากผลประกอบการ เงินเฟ้อ และความตึงเครียดอิหร่าน ดันราคาน้ำมันพุ่ง

14 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq Futures เผชิญแรงกดดันและมีแนวโน้มปรับตัวลง ท่ามกลางการเริ่มต้นฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ประกอบกับความกังวลจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และหุ้นกลุ่มชิปมีสัญญาณอ่อนแรง นอกจากนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา
ตัวเลขสำคัญ
- ดัชนีหลักอย่าง S&P 500, Nasdaq และ Dow Futures มีทิศทางปรับตัวลง - ราคาน้ำมันดิบ WTI แตะระดับ **79.59 USD/Bbl** ณ วันที่ 14 ก.ค. 2026 และปรับขึ้น **1.85%** จากวันก่อนหน้า โดยขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ - เงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ **2.6%** (ลดลงจาก **2.8%** ก่อนหน้า) - เงินเฟ้อ CPI (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ **3.5%** (ลดลงจาก **4.2%** ก่อนหน้า) - ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงานอยู่ที่ **215,000** ราย (ลดลงจาก **217,000** ราย ก่อนหน้า) - การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เพิ่มขึ้น **+57,000** ตำแหน่ง (ลดลงจาก **+129,000** ตำแหน่ง ก่อนหน้า)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
สถานการณ์ความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากผลประกอบการบริษัท ความกังวลเงินเฟ้อ และความตึงเครียดในอิหร่าน ส่งผลโดยตรงต่อคนเทรดนอก โดยเฉพาะเมื่อ USD/THB แข็งค่าขึ้นมาที่ 33.50 บาท หรือปรับขึ้น +0.4% ทำให้ต้นทุนการเข้าซื้อ หุ้นนอก ที่เป็นสกุลดอลลาร์แพงขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเทรดเดอร์ปิดกำไรและแปลงกลับเป็นเงินบาท จะได้รับเงินบาทกลับคืนมามากขึ้นด้วย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินบาทยังคงทรงตัวอยู่ในระดับอ่อนค่าจากแรงซื้อดอลลาร์ในตลาด. ขณะเดียวกัน ราคาทองคำแท่งขายออกที่ 63,850 บาท ปรับขึ้น +50 บาท สอดรับกับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ทองคำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับป้องกันความเสี่ยง. นอกจากนี้ การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบยังเป็นปัจจัยที่อาจผลักดันต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาหุ้นบางกลุ่มและเงินเฟ้อในระยะถัดไป.
อ้างอิงจากการรายงาน: ft.com · investing.com · tradingeconomics.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี