ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตาปัจจัยกระตุ้น Yardeni หั่นเป้า S&P 500 กดดันหุ้นนอก

18 ตุลาคม 2569 เวลา 20:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังจับตาปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อดัชนี Dow Jones, Nasdaq 100 และ S&P 500 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ ขณะที่นักวิเคราะห์ Ed Yardeni ได้ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P 500 สำหรับสิ้นปี 2026 ลงมาที่ **7,900 จุด** จากเป้าเดิมที่ 8,400 จุด อย่างไรก็ตาม Yardeni ยังคงคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2027 ไว้ตามเดิมที่ 425 ดอลลาร์ต่อหุ้น. การปรับลดเป้าหมายนี้เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่า (valuation) ของตลาดและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น แม้จะยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม.
ตัวเลขสำคัญ
เป้าหมาย S&P 500 สิ้นปี 2026 ถูกปรับลดเป็น **7,900 จุด** จากเดิม 8,400 จุด คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ S&P 500 สำหรับปี 2027 คงเดิมที่ **425 ดอลลาร์** ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนล่าสุดเพิ่มขึ้น **0.8%** (ลดลงจาก +1.3% เดือนก่อนหน้า) ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น **199,000 คน** (จาก 198,000 คน เดือนก่อนหน้า) อัตราเงินเฟ้อ CPI (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ **3.7%** (เพิ่มขึ้นจาก 3.4% เดือนก่อนหน้า) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI (เทียบปีก่อน) อยู่ที่ **2.6%** (เพิ่มขึ้นจาก 2.4% เดือนก่อนหน้า)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การปรับลดเป้าดัชนี S&P 500 โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงแรงขายในตลาดหุ้นนอก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งอาจกดดันมูลค่าพอร์ตของคนเทรดนอกที่ถือหุ้นสหรัฐฯ การที่ USD/THB ทรงตัวที่ 33.59 บาท ในวันนี้ ทำให้ต้นทุนการแปลงเงินเพื่อซื้อหุ้นนอกหรือการแปลงกำไรกลับมาเป็นเงินบาทไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับฐานลง อาจส่งผลให้แรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ เช่น คริปโตเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน BTC ซื้อขายที่ 80,997 USD ลดลง 0.8% และ ETH ซื้อขายที่ 2,346 USD ลดลง 3.0% ซึ่งหมายถึงมูลค่าพอร์ตคริปโตที่ลดลงตามไปด้วยเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท สถานการณ์นี้สะท้อนว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ บางตัวอย่างยอดค้าปลีกยังคงเติบโต แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการปรับลดเป้าดัชนีหุ้นบ่งชี้ถึงความระมัดระวังในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง.
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี