ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งหนักกว่า 600 จุด น้ำมันเบรนต์จ่อ 100 ดอลลาร์ แรงกดดันเฟด

9 กันยายน 2569 เวลา 02:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนี Dow Jones ลดลงกว่า **628 จุด** ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งใหญ่สุดในรอบเกือบสามสัปดาห์ ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ก็ปิดลบเช่นกัน. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงขึ้นทะลุ **99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** และใกล้แตะ **100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาสูงขึ้น และการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ. นอกจากนี้ ความตึงเครียดด้านการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาที่ทวีความรุนแรงขึ้น และความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นปัจจัยกดดันตลาดด้วย.
ตัวเลขสำคัญ
ดัชนี Dow Jones ลดลง **628.18 จุด** หรือ **1.2%** ดัชนี S&P 500 ลดลง **0.6%** หรือ **45.08 จุด** ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง **0.3%** หรือ **85.58 จุด** ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude) แตะระดับสูงสุดที่ **99.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** และใกล้ **100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** นักลงทุนคาดการณ์โอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed อยู่ที่ **60%** ในการประชุมครั้งหน้า **USD/THB** อยู่ที่ **32.87 บาท** (เปลี่ยนแปลง -0.1%) **BTC** อยู่ที่ **78,734 ดอลลาร์** (ลดลง -0.8%)
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นนี้ อาจกดดันแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงตลาดคริปโต. สำหรับคนเทรดนอกที่ถือหุ้นสหรัฐฯ การลดลงของดัชนีหลักส่งผลให้มูลค่าพอร์ตในสกุล USD ลดลงตามไปด้วย และแม้ว่าค่าเงิน บาทจะแข็งขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 32.87 บาท แต่ก็ไม่ได้ช่วยชดเชยการขาดทุนในรูป USD ได้ทั้งหมดเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท. ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง BTC ที่ราคาอยู่ที่ 78,734 ดอลลาร์ ก็ปรับตัวลง 0.8% เช่นกัน สะท้อนถึงความกังวลในตลาดโดยรวมที่อาจทำให้เทรดเดอร์พิจารณาปรับพอร์ต. ต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันเบรนต์ที่จ่อ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังอาจเป็นปัจจัยหนุนเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนในระยะยาวของคนไทย.
อ้างอิงจากการรายงาน: tradingeconomics.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี