หุ้นนอกทำสถิติใหม่ แรงหนุนดีลฮอร์มุซใกล้สำเร็จ-กำไรเทคฯ ดันตลาดพุ่ง

4 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง. แรงซื้อในตลาดมาจากความคาดหวังว่าการเจรจาข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซใกล้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลด้านพลังงานและกดดันราคาน้ำมันลง. นอกจากนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง **Palantir** และ **Snap** ยังช่วยหนุนแรงซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ.
ตัวเลขสำคัญ
- ดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ - ดัชนี Dow Jones พุ่งขึ้นถึง **900 จุด** และทำสถิติสูงสุดใหม่ - ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ - ตัวเลขคนขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ อยู่ที่ **197,000 ราย** เทียบกับก่อนหน้าที่ **188,000 ราย** - อัตราเงินเฟ้อ Core PCE อยู่ที่ **3.3%** ลดลงจากก่อนหน้าที่ **3.4%** - GDP สหรัฐฯ (อัตราต่อปี) ขยายตัว **1.5%** ชะลอตัวลงจากก่อนหน้าที่ **2.1%** - มติคณะกรรมการ FOMC คงอัตราดอกเบี้ย Fed ไว้ที่ **3.75%**
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
บรรยากาศเชิงบวกในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้เทรดเดอร์ไทยหันมาลงทุนในตลาดหุ้นนอกมากขึ้น. ค่าเงินบาทมีการอ่อนตัวลงเล็กน้อยที่ USD/THB 33.41 บาท หรือเปลี่ยน +0.2% ทำให้ต้นทุนการแปลงเงินบาทไปลงทุนในหุ้นนอกแพงขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสให้คนเทรดนอกที่ถือหุ้นนอกอยู่แล้วได้กำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท. ขณะที่ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,100 บาท ลดลง 50 บาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อตลาดหุ้นมีความคึกคัก. ในส่วนของคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง BTC ที่ 64,157 ดอลลาร์ (+0.5%) และ ETH ที่ 1,875 ดอลลาร์ (+0.4%) ก็มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สอดรับกับแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม.
อ้างอิงจากการรายงาน: forbes.com · theguardian.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี