หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ เจอแรงขายจากผลประกอบการ Samsung และสัญญาณ Fed กดดันตลาด

9 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:00
เกิดอะไรขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการเคลื่อนไหวที่ผสมผสานกันในวันซื้อขายที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500, Dow และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นจากการมุ่งเน้นที่กระแส AI แม้จะมีปัจจัยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้กลับมากดดันตลาดในเวลาต่อมา ส่งผลให้ฟิวเจอร์สของ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลง หลังจากการรายงานผลประกอบการของ Samsung ที่แม้จะดีเกินคาดแต่ก็จุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มชิป เนื่องจากความกังวลเรื่องความยั่งยืนของอุปสงค์ AI และนักลงทุนยังคงประเมินสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed). สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนในตลาด.
ตัวเลขสำคัญ
[object Object] [object Object] [object Object] [object Object] [object Object] [object Object]
ผลกระทบต่อพอร์ตคนไทย
การอ่อนค่าของ เงินบาท 33.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรับขึ้น 0.3% นั้น กดดันต้นทุนสำหรับคนเทรดนอกที่ต้องการซื้อหุ้นในตลาดสหรัฐฯ โดยต้องใช้เงินบาทแลกเป็นดอลลาร์มากขึ้น แต่กลับกันก็จะดันกำไรที่แปลงจากดอลลาร์กลับมาเป็นบาทได้มากขึ้นหากมีกำไรจากหุ้นนอก. ขณะที่ ราคาทองคำแท่งขายออก 65,000 บาท ลดลง 50 บาท บ่งชี้ว่าความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจลดลงชั่วคราว หรือเทรดเดอร์บางรายอาจปรับพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนและรอความชัดเจนจากนโยบาย Fed. สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี BTC 63,277 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงปรับขึ้น 1.8% อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนเทรดนอกมองหาในภาวะที่หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ เผชิญแรงขาย และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก.
อ้างอิงจากการรายงาน: investing.com
อยากบันทึก trade จากข่าวนี้?
สมัครฟรี